แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุปโภค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุปโภค แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

P&G (Procter & Gamble)



พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (อังกฤษ: Procter & Gamble; NYSE: หรือ P&G) เป็นบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจากสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่เราจักกันดี อาทิ เช่น แชมพูเฮดแอนด์โชว์เดอร์ ,เฮอร์เบิล เอสเซนท์ ,แพนทีน ,Ponds Olay , ยาสีฟัน Oral B, ผ้าอ้อมเด็ก Pampers , มีดโกน Gillette ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดาวนี่(downy) , เสื้อผ้าแบรนด์ Lacoste และถ่าน ดูราเซล (Duracell) และมันฝรั่งทอดฟิงเกิลส์(Pringles) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ

Proctor & Gamble เป็นลูกค้ารายสำคัญของบริษัท Avgol (ขายวัตถุดิบสำหรับผ้าอนามัยและผ้าอ้อมเด็ก) ซึ่งมีโรงงานอยู่ที่อเมริกา รัสเซีย จีน และมีโรงงานอีกแห่งหนึ่งบริเวณเขตอุตสาหกรรม Barkan ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองในเขตเวสแบงค์

Proctor & Gamble ได้เรียกอิสราเอลว่า การเริ่มต้นประชาชาติ อันแสดงถึงการเห็นด้วยในการสร้างชาติและประเทศอิสราเอลขึ้น ยังได้สนับสนุนทางการเงินให้แก่องค์กรหลายองค์กรของอิสราเอล มีการสร้างองค์กรที่เรียกว่า บ้านแห่งนวัตกรรม อิสราเอล :Israel House of Innovation (IHI) ได้ถูกสร้างหลังจากที่ CEO Bob McDonald ได้เสียชีวิตไป 5 ปี ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญอย่างยิ่งของการสร้างองค์กรนี้ก็เพื่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่าง P&G กับผู้คิดค้นผลิตนวัตกรรมใหม่กับอิสราเอล อีกทั้งยังมีการลงทุนร่วมกันในอิสราเอลเกี่ยวกับการพัฒนาและค้นคว้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลายพันล้านเหรียญ

นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ให้บอยคอตเครือ P&G เพราะนำสัตว์มาทดลองอีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.stopdebezetting.com/boycot-divestment-sanctions-bds/palestina-boycott-facts-figures.html
http://th.m.wikipedia.org/wiki/พรอคเตอร์_แอนด์_แกมเบิล
http://www.buycottisrael.com/blog/procter-gamble-explains-why-israel-is-the-startup-nation/

มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ (Marks & Spencer)


มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ( Marks and Spencer ) บริษัทที่ทรงพลังมากที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ อายุกว่า 125 ปี มีสาขามากกว่า 900 สาขาทั่วโลก คนไทยส่วนใหญ่รู้จักแบรนด์นี้ในผลิตภัณฑ์ประเภทเสื้อผ้า, ชุดชั้นใน,รองเท้า,เครื่องสำอาง,อาหารและขนมขบเคียวสไตล์อังกฤษ ฯลฯ

ตำนานของ มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ หรือที่รู้จักอีกชื่อว่า เอ็มแอนด์เอส เริ่มตั้งแต่ปี 1884 เกิดขึ้นจากการร่วมหุ้นกันระหว่าง ไมเคิล มาร์ค ซึ่งเป็นชาวยิวโปแลนด์เชื้อสายรัสเซียที่อพยพมายังอังกฤษ และทอม สเปนเซอร์ ก่อเกิดเป็นตำนานมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ กระทั่งทั้งสองเสียชีวิตลง ทายาทจึงเข้าดำเนินกิจการแทน โดย ไซมอน มาร์ค ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานบริษัทแทนบิดา และเริ่มขยายกิจการเข้าสู่ลอนดอน จนกลายเป็นร้านค้าขนาดใหญ่และแผ่อาณาเขตไปทั่วอังกฤษ ก่อนที่จะขยายวงกว้างไปยังทวีปยุโรปและกระจายสาขาไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอล

นอกจากบริษัทมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ จะจำหน่ายสินค้าในอิสราเอลบนพื้นที่ที่ยิวยึดครองไปจากมุสลิมแล้ว ยังมีหลักฐานจากหนังสือของบริษัทมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ว่า บริษัทนี้มีความเชื่อมโยงกับไซออนิสต์โดยลอร์ด มาร์คัส เซียฟ ซึ่งเป็นยิวประธานของบริษัทได้ระบุไว้ว่า “วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งของบริษัทก็คือช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของอิสราเอล” ทั้งนี้เนื่องจากเซียฟมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับผู้นำไซออนิสต์อย่างไชม์ ไวซแมนน์ เป็นอย่างมาก และเชียฟเองก็เคยเข้าร่วมกับกองทัพอิสราเอล ทั้งยังช่วยประสานงานให้บริษัทมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์สนับสนุนอิสราเอล

ในปี 1998 มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ ได้รับรางวัล “จูบะลี อวอร์ด” จากนาย เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่ทางการอิสราเอลมอบให้กับบรรดาบุคคลและองค์กรที่เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับอิสราเอล

ปี 2000 มีรายงานว่ามาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์สนับสนุนทางด้านการค้ากับอิสราเอลประมาณ 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐในแต่ละปี และเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศอังกฤษเคยยกย่องบริษัทมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ว่าเป็นบริษัทที่สนับสนุนประเทศอิสราเอล


แหล่งข้อมูลอ้างอิง http://www.inminds.co.uk/boycott-marks-and-spencer.html
http://www.themodernreligion.com/jihad/m-s.html 
http://en.wikipedia.org/wiki/Marcus_Sieff,_Baron_Sieff_of_Brimpton

ที่มา สารมุสลีมะฮ

เครื่องสำอางเอสเต ลอเดอร์ (ESTÉE LAUDER)


Boycott ESTÉE LAUDER บริษัทเครื่องสำอางค์ยิวไซออนิสต์หัวรุนแรง

บริษัทเครื่องสำอางยักษ์ระดับโลกของประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อปี 1946 โดยเอสเต ลอเดอร์ สตรีชาวอเมริกันเชื้อสายยิว ปัจจุบันบริษัทเอสเต ลอเดอร์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, เครื่องสำอาง, น้ำหอม และผลิตภัณฑ์บำรุงผม มีสินค้าจำหน่ายใน 130 ประเทศ ทุกทวีปทั่วโลก ภายใต้ยี่ห้อหลากหลาย อาทิ เอสเต ลอเดอร์, อรามิส, คลินิกข์, เพรสคริปทีฟส์, ออริจินส์, แมค, ลาแมร์, บ๊อบบี้ บราวน์, ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์, ดอนน่า คาราน, อเวด้า, สติลล่า, โจ มาโลน, บัมเบิ้ลแอนด์บัมเบิ้ล, ดาร์ฟีน ปารีส, ไมเคิล คอร์ส และโรดานแอนด์ฟิลส์

สำหรับประเทศไทย ได้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและน้ำหอมหลากหลายยี่ห้อภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของเอสเต ลอเดอร์ คอมพานี อิงค์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเปิดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2534

ความสัมพันธ์กับอิสราเอล

ปัจจุบันบริษัทเอสเต ลอเดอร์ก็ยังถูกควบคุมการบริหารโดยตระกูลลอเดอร์ จะเรียกว่าเป็นบริษัทของยิวเลยก็ว่าได้ และหนึ่งในผู้บริหารอย่าง นายโรนัลด์ ลอเดอร์ ผู้เป็นลูกชายคนเล็กของเอสเต ลอเดอร์ ก็ประกาศอยู่ข้างอิสราเอลอย่างชัดเจน ทั้งนี้นายโรนัลด์ ลอเดอร์ เคยได้ดำรงตำแหน่งประธานของการประชุมกลุ่มผู้นำองค์กรของชาวอเมริกันเชื้อสายยิว ในปี 2001 และเป็นประธานกองทุนชาวยิวแห่งชาติ (JNF) ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนของรัฐบาลโดยมีหน้าที่หลักคือทำให้การแย่งชิงดินแดนจากชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอลเป็นสิ่งถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย

นายโรนัลด์ ลอเดอร์ เป็นไซออนิสต์หัวรุนแรง เขาเคยเข้าพบนายเอเรียล ชารอน และบอกว่าชาวอเมริกันเชื้อสายยิวหลายคนสนับสนุนและพร้อมที่จะช่วยเหลือชารอน โดยเขากล่าว“ฉันไม่เคยเห็นกลุ่มยิวอเมริกันสามัคคีกลมเกลียวกันเช่นนี้มานาน จนกระทั่งวันนี้”

มุสลิมอเมริกันประกาศคว่ำบาตร

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2001 กลุ่มมุสลิมอเมริกันเพื่อเยรูซาเล็ม(AMJ) เป็นแกนนำออกมาเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรบริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่อย่าง เอสเต ลอเดอร์ การเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ โรนัลด์ ลอเดอร์กำลังดำรงตำแหน่งประธานบริษัทระหว่างประเทศซึ่งสนับสนุนความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปาเลสไตน์ คอลิด ฏุรอนียฺ กรรมการบริหารกลุ่มมุสลิมอเมริกันเพื่อเยรูซาเล็ม กล่าวว่า “การคว่ำบาตรเอสเต ลอเดอร์จะสร้างความกระจ่างให้กับประชาชนในการที่จะปฏิเสธการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอิสราเอลที่มุ่งสร้างความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชน”

ในเดือนมกราคม ลอว์เดอร์เป็นตัวชูโรงสำคัญจากอเมริกาในการชุมนุมที่เยรูซาเล็ม ซึ่งมีขึ้นเพื่อต่อต้านการพิจารณาการต่อรองสินค้าในเยรูซาเล็ม ลอว์เดอร์ได้ขึ้นปราศรัยต่อหน้าชาวอิสราเอล 300,000 คน ที่ประตูของอัล-ฮะรอม อัช-ชะรีฟ(บริเวณที่ตั้งของมัสญิดอัล-อักซอ 1 ใน 3 ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของมุสลิม) ท่ามกลางผู้ต่อต้านบางคนที่พยายามจะห้ามไม่ให้เขาเข้าไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น คำปราศรัยของโรนัลด์ ลอว์เดอร์นี้มีขึ้นขณะที่รัฐบาลอิสราเอลกำลังดำเนินมาตรการเพื่อกีดกันการเข้ามาของประชากรชาวปาเลสไตน์

ในสหรัฐฯ ลอว์เดอร์ได้แสดงให้เห็นความต้องการที่แท้จริงของเขาอย่างเปิดเผย ด้วยการสนับสนุนการหาแผ่นดินเกิดและกลับเข้าประเทศของยิวอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนั้นเขายังแสดงความเห็นคัดค้านการอนุญาตให้ผู้อพยพชาวปาเลสไตน์กลับสู่บ้านเกิดอีกด้วย

“สำหรับอิสราเอล การอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์กลับเข้ามา นับเป็นการฆ่าตัวตายระดับชาติ” ลอว์เดอร์กล่าวปราศรัยต่อสาธารณชนในเดือนกันยายน

ในขณะที่ฏุรอนียฺกรรมการบริหารกลุ่มมุสลิมอเมริกันเพื่อเยรูซาเล็มได้วิเคราะห์จุดยืนของลอว์เดอร์ว่า “การคัดค้านการอพยพกลับประเทศของชาวปาเลสไตน์ของลอว์เดอร์ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นสถานะที่ชัดเจนของความเป็นยิวในตัวเขา”
 
แหล่งข้อมูลอ้างอิง

http://en.wikipedia.org/wiki/Ronald_Lauder#Jewish_and_Zionist_efforts

http://www.inminds.com/boycott-estee-lauder.html



ที่มา สารมุสลีมะฮ

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คิมเบอลี่-คล๊าค (Kimberly Clark)


คิมเบอลี่ คล๊าค (Kimberly-clarck) บริษัทเก่าแก่ของอเมริกา อายุ 136 ปี ยอดจำหน่ายกว่า 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี จนเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือนและส่วนบุคคลรายใหญ่ที่สุดในอเมริกา และเป็นผู้ผลิตกระดาษชำระรายใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก ภายใต้เครื่องหมายการค้าที่รู้จักอย่างดี อาทิ เช่น กระดาษชำระคลีเน็กซ์(Kleenex) สก็อตต์(Scott) ผ้าอ้อมสำเร็จรูปฮักกี้ส์(Huggies) และผ้าอนามัยโกเต็กซ์(Kotex) ซึ่งเป็นสินค้าชั้นนำที่ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่อันดับ 1 หรือ 2 จนกว่า 80 ประเทศทั่วโลก วางจำหน่ายมากกว่า 150 ประเทศ มีโรงงานผลิตอยู่ใน 36 ประเทศ และประเทศไทยก็คือหนึ่งในฐานการผลิตถึงสามโรงงานด้วยกัน

ความสัมพันธ์กับอิสราเอล

ในปี 1998 นาย Robert P.Van Der Merwe ประธานบริษัทึิมเบอรี่ย์ คล๊าค ยุโรป ได้รางวัล "จูบะลี อวอร์ด" จากนายเนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติสูงสุดที่เอสราเอลมอบให้กับบุคคลและองค์กรที่ที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล

นอกจากนี้ บริษัทคิมเบอรี่ย์ คล๊าค ยังได้เข้าลงทุนโดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (50.1%) ในบริษัท Hogla Kimberly ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในด้านสินค้าอุปโภคบริโภคใรอิสราเอล ที่เหลือ 49.9 ถือหุ้รโดยบริษัท Anerican israeli paper mills Group

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.inminds.co.uk/boycott-kimberly-clark.html
www.kimberly-clark.com/investors/annual_reports.aspx

ทิมเบอร์แลนด์ (Timberland)


ทิมเบอร์แลนด์ (Timberland) บริษัทสัญชาติอเมริกัน เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการออกแบบ วิศวกรรมและการจำหน่ายสินค้าจำพวกเครื่องแต่งกายทั้งชายและหญิง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หมวก รองเท้า ถุงเท้า รวมทั้งครื่องประดับต่างๆ เช่น นาฬิกา แว่นตา เข็มขัด เป็นต้น

บริษัททิมเบอร์แลนด์ก่อตั้งเมื่อปี 1952 โดยนายนาธาน สวอร์ตช์ ชาวยิวผู้มีอาชีพช่างทำรองเท้าที่เมืองบอสตัน รัฐแมตซาชูเซตส์ ปัจจุบันมีนายซิดนีย์ ดับเบิลยู สวอร์ตช์ ดำรงตำแหน่งประธานบริหารของบริษัท และนายเจฟฟรี่ สวอร์ตช์ เป็นประธานคณะกรรมการระดับสูง(ซีอีโอ) ตั้งแต่ปี 1998 ทั้งนี้ นายเจฟฟรี่เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างมากในการสนับสนุนการอพยพชาวยิวเข้าสู่ปาเลสไตน์และถึงแม้ว่าทิมเบอร์แลนด์จะมีบริษัทในเครือมากมายแต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ยังเป็นคนในตระกูลสวอร์ตช์ บริษัทเครื่องแต่งกายทิมเบอร์แลนด์ได้แก่ ทิมเบอร์แลนด์โปร, โฮวี่ส์ , ไอแพท และสมาร์ทวูล

CEO ทิมเบอร์แลนด์กับการสนับสนุนอิสราเอล

เมื่อเมษายนปี ค.ศ.2002 หลังจากเหตุการณ์สังหารผู้บริสุทธ์ที่เมืองญินีน ทางตอนเหนือของเวสต์แบงค์ เจฟฟรี่ สวอร์ตช์ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างเขากับชาวยิว ด้วยการไปเยือนอิสราเอลและช่วยหาหนทางที่ดีที่สุดที่อิสราเอลจะโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้ได้การยอมรับจากสื่อในอเมริกา ในการสัมภาษณ์ซึ่งเขาได้แสดงตัวชัดเจนว่าพูดในฐานะซีอีโอของทิมเบอร์แลนด์ สวอร์ตช์แนะนำให้ส่งกองกำลังอิสราเอล 100 นาย ที่มีส่วนการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ครั้งล่าสุดที่ญินีนไปยังสหรัฐอเมริกา ในฐานะตัวแทนที่อิสราเอลให้คำรับรองว่าพวกเขาเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่สหรัฐสามารถเกี่ยวข้องด้วยได้ ซีอีโอของทิมเบอร์แลนด์ผู้นี้ยังได้แสดงความปรารถนาที่จะให้มีการรณรงค์การระดมพลทหารอเมริกันเชื้อสายยิว 100,000 นาย เพื่อที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง และเชิญชวนให้เขียนเชคงินสดเพื่อช่วยเหลืออิสราเอล และนำทหารอเมริกันเชื้อสายยิว 25,000 นายเข้าไปยังอิสราเอลในช่วงปลายฤดูร้อน รวมทั้งรณรงค์ให้ช่วยเหลืออิสราเอลจากภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson)






จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกา มีบริษัทในเครือมากกว่า 250 บริษัท ใน 57ประเทศทั่วโลก สินค้าที่รู้จักกันดีได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเด็ก เช่น แป้ง แชมพู ครีม โลชั่น ,โมเดส, แคร์ฟรี ,นิวโทรจีน่า , คลีนแอนด์เคลียร์, แป้งชาวเวอร์ทูชาวเวอร์ , ลิสเตอรีน ,แอคคิววิว,ไทลีนอล,ไหมขัดฟันรีช,แบนด์เอด ฯลฯ โดยผลิตภัณฑ์หลายรายการได้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในอันดับที่ 1 นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้เข้าซื้อกิจการเวชภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์มากที่สุดแห่งหนึ่ง ส่งผลให้บริษัทฯ เป็นเจ้าของยารักษาโรคหลายรายการ และยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีชั้นสูงทางด้านการแพทย์ได้อีกด้วย

ความสัมพันธ์กับอิสราเอล

-  ในปี 1998 ผู้แทนบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน นายโรเจอร์ เอส ไฟเนียน รับรางวัล "จูบิลี อะวอร์ด" จากนายกรัฐมนตรีอิสราเอล นายเนทานยาฮู ซึ่งนับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับบุคคลและองค์กรที่มีให้การสนับสนุนทางการเงินและมีความสัมพันธ์อันดีทางการค้ากับอิสราเอล ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจอิสราเอล

วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney Company)


มิกกี้เม้าส์ หมีพูห์ ซินเดอเรลร่า สโนไวท์ โดนัลดักส์ ฯลฯ เหล่านี้คือชื่อของตัวการ์ตูนชื่อดังที่เด็กๆรวมถึงผู้ใหญ่ต่างคุ้นเคยกันดี เจ้าของภาพยนตร์และลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนเรื่องดังกล่าวก็คือบริษัท วอลท์ ดิสนีย์ (The Walt Disney Company) ซึ่งเป็นบริษัทสื่อมวลชนและเครื่องเล่นชื่อดังของโลก สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ ยังเป็นผู้ครอบครองสื่อชื่อดังอย่าง ABC (American Broadcasting Company) ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรทัศน์ที่ใหญ่ยักษ์ในอเมริกา

หลักฐานในอดีตที่แสดงให้เห็นว่าดิสนีย์สนับสนุนการขยายอาณาเขตของชาวอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์ คือการจัดนิทรรศการวอลท์ ดิสนีย์ มิลเลเนี่ยมขึ้นในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยนิทรรศการนี้ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งของอิสราเอลเพื่อรณรงค์ให้โลกยอมรับการเรียกร้องสิทธิเหนือแผ่นดินเยรูซาเล็ม ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ใช้เงินถึง 8 ล้านดอลลาร์ โดยอิสราเอลได้ให้เงิน 1.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อส่งเสริมการจัดงานดังกล่าว

ซ่าร่า ลี (Sara Lee)


ซาร่า ลี ( Sara Lee) เป็น บริษัทสัญชาติอเมริกา จำหน่ายสินค้าครอบคลุมประมาณ 200 ประเทศทั่วโลก และบริษัทข้ามชาติรายนี้อยู่ในเมืองไทยมากว่า 20 ปี เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค อันได้แก่ กาแฟมอคโคน่า (Moccona) ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องหนังกีวี (Kiwi) น้ำยาทำความสะอาดพื้นกีวี คลีน (Kiwi Kleen) น้ำหอมปรับอากาศแอมบิเพอร์ (Ambi Pur) ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงริดเซ็คท์ (Ridsect) ชาพิควิค (Pickwick) เป็นต้น

และเช่นเคยบริษัทอเมริกาที่เราต้องบอยคอตแห่งนี้ ไม่พลาดที่จะเคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่อิสราเอลมอบให้กับบรรดา บุคคลและองค์กรที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล โดยในปี 1998 นาย Lucien Nessim ตัวแทนบริษัทซาร่า ลี ได้รับรางวัล “จูบะลี อวอร์ด” จากนาย เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ณ เวลานั้น

โมโตโรล่า (Motorola)

 
โมโตโรล่า (Motorola) ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากสหรัฐอเมริกา เริ่มกิจการเมื่อ ค.ศ. 1928 ในชื่อ เกลวิน แมนูแฟคเจอริ่ง คอเปอเรชั่น และเปลี่ยนชื่อมาเป็นโมโตโรล่าในปี ค.ศ. 1947 ผู้ก่อตั้งคือนายพอล เกลวิน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนมากของโมโตโรล่าเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอล เคเบิลโมเด็ม วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ บลูทูธ กล้องวงจรปิด รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารทางการทหาร

โมโตโรล่ากับรัฐยิว
ในปี 1998 บริษัทโมโตโรล่าได้รับรางวัล “จูบะลี อวอร์ด” จากนายเบญจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในขณะนั้น ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่อิสราเอลมอบให้กับบรรดาบุคคลและองค์กรที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล

ลอรีอัล (L'OREAL)

  
ผลิตภัณฑ์และบริษัทในเครือลอรีอัล :

Giorgio Armani 
Redken 5th Avenue NYC 
Lancome Paris 
Vichy 
Cacharel
La Roche-Posay 
Garnier 
Biotherm  
Maybelline 
Ralph Lauren Perfumes 


ลอรีอัล บริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่จากประเทศฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1909 โดยนักเคมีชื่อ ยูชีน ชูแลร์ ปัจจุบันลอรีอัลได้ชื่อว่าเป็นผู้นำวงการเครื่องสำอางอันดับหนึ่งของโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 15.8 เปอร์เซ็นต์ และยอดขาย 17,500 ล้านยูโร ในปี 2551 โดยมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายอยู่ในกว่า 130 ประเทศ และเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกถึง 23 แบรนด์ สำหรับในประเทศไทย ลอรีอัลได้นำเข้า 19 แบรนด์ดังระดับโลก โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค อย่าง ลอรีอัล ปารีส การ์นิเย่ เมย์เบลลีน กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงอย่าง ลังโคม ไบโอเธิร์ม ชูอูเอมูระ คีลส์ ราฟ ลอเรน จิออร์จิโอ อาร์มานี่ วิคเตอร์ แอนด์ รอล์ฟ ดีเซล คาคาเรล และอีฟ แซง โลรองซ์ กลุ่มผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่จำหน่ายผ่านทางเคาท์เตอร์ร้านขายยา อย่าง ลา โรช-โพเซย์ และวิชี่ กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับช่างทำผมมืออาชีพอย่าง ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล เคเรสตาส และแมทริกซ์

ลอรีอัลกับอิสราเอล

การดำเนินงานของลอรีอัลในอิสราเอลเริ่มในกลางปี 1990 นับตั้งแต่นั้นลอรีอัลอิสราเอลซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทในอิสราเอลได้ดำเนินการสร้างโรงงานในเมืองมิจดาล ฮะอฺมิก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเขตอัล-ญะลีลในภาคเหนือของอิสราเอล