วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เนสท์เล่ (Nestle)

  

เนสท์เล่ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1867 โดยนักเคมีชาวเยอรมันชื่ออองรี เนสท์เล่ (Henri Nestle) สัญลักษณ์ของเนสท์เล่ซึ่งเป็นรูปแม่นกและลูกนกในรังได้มาจากตราประจำตระกูลของผู้ก่อตั้ง โดยคำว่าเนสท์เล่ในภาษาเยอรมันหมายถึงรังนกเล็กๆ แม้ว่าจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยการผลิตอาหารประเภทนมและอาหารเสริมสำหรับเด็ก ทว่าในเวลาต่อมาเนสท์เล่ได้ขยายการผลิตสู่ผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ อีกมากมายอาทิ เครื่องดื่มชนิดผง เครื่องปรุงรสอาหาร ผลิตภัณฑ์แช่เย็น และผลิตภัณฑ์แช่แข็ง ไอศกรีม น้ำแร่ และอาหารเพื่อสัตว์เลี้ยง เป็นต้น ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ของเนสท์เล่ตั้งอยู่ที่เมือง เวเวย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีโรงงานผลิต 480 แห่งใน 86 ประเทศมีศูนย์วิจัยหลัก 1 แห่งอยู่ที่เมืองโลซานน์และเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อีก 23 แห่งใน 4 ทวีป

เนสท์เล่กับการลงทุนในอิสราเอล

เนสท์เล่เริ่มการลงทุนในอิสราเอล เมื่อปี 1995 โดยการซื้อหุ้นส่วน 10% ของบริษัทผลิตอาหารโอเซ็ม ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาหารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆของอิสราเอล สองปีต่อมาเนสท์เล่เพิ่มหุ้นเป็น 50.1% ด้วยเงินทุน 140 ล้านเหรียญ และในปี 1998 ตัวแทนของบริษัทเนสท์เล่ก็ขึ้นรับรางวัล ‘จูบะลี อวอร์ด’ จากนายกรัฐมนตรีอิสราเอล อันเป็นรางวัลสูงสุดที่ประเทศอิสราเอลจะให้แก่องค์กรหรือบริษัทต่างชาติที่ก่อผลประโยชน์มหาศาลให้แก่เศรษฐกิจอิสราเอล

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson)






จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกา มีบริษัทในเครือมากกว่า 250 บริษัท ใน 57ประเทศทั่วโลก สินค้าที่รู้จักกันดีได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเด็ก เช่น แป้ง แชมพู ครีม โลชั่น ,โมเดส, แคร์ฟรี ,นิวโทรจีน่า , คลีนแอนด์เคลียร์, แป้งชาวเวอร์ทูชาวเวอร์ , ลิสเตอรีน ,แอคคิววิว,ไทลีนอล,ไหมขัดฟันรีช,แบนด์เอด ฯลฯ โดยผลิตภัณฑ์หลายรายการได้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในอันดับที่ 1 นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้เข้าซื้อกิจการเวชภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์มากที่สุดแห่งหนึ่ง ส่งผลให้บริษัทฯ เป็นเจ้าของยารักษาโรคหลายรายการ และยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีชั้นสูงทางด้านการแพทย์ได้อีกด้วย

ความสัมพันธ์กับอิสราเอล

-  ในปี 1998 ผู้แทนบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน นายโรเจอร์ เอส ไฟเนียน รับรางวัล "จูบิลี อะวอร์ด" จากนายกรัฐมนตรีอิสราเอล นายเนทานยาฮู ซึ่งนับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับบุคคลและองค์กรที่มีให้การสนับสนุนทางการเงินและมีความสัมพันธ์อันดีทางการค้ากับอิสราเอล ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจอิสราเอล

วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney Company)


มิกกี้เม้าส์ หมีพูห์ ซินเดอเรลร่า สโนไวท์ โดนัลดักส์ ฯลฯ เหล่านี้คือชื่อของตัวการ์ตูนชื่อดังที่เด็กๆรวมถึงผู้ใหญ่ต่างคุ้นเคยกันดี เจ้าของภาพยนตร์และลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนเรื่องดังกล่าวก็คือบริษัท วอลท์ ดิสนีย์ (The Walt Disney Company) ซึ่งเป็นบริษัทสื่อมวลชนและเครื่องเล่นชื่อดังของโลก สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ ยังเป็นผู้ครอบครองสื่อชื่อดังอย่าง ABC (American Broadcasting Company) ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรทัศน์ที่ใหญ่ยักษ์ในอเมริกา

หลักฐานในอดีตที่แสดงให้เห็นว่าดิสนีย์สนับสนุนการขยายอาณาเขตของชาวอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์ คือการจัดนิทรรศการวอลท์ ดิสนีย์ มิลเลเนี่ยมขึ้นในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยนิทรรศการนี้ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งของอิสราเอลเพื่อรณรงค์ให้โลกยอมรับการเรียกร้องสิทธิเหนือแผ่นดินเยรูซาเล็ม ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ใช้เงินถึง 8 ล้านดอลลาร์ โดยอิสราเอลได้ให้เงิน 1.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อส่งเสริมการจัดงานดังกล่าว